วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บทนำมหากาพย์ออร่าคิงด้อม (Aura Kingdom Lore) 5 : ชาโดว์ไนท์ เอ็นวอยแห่งหายนะและความสิ้นหวัง


เนื้อเรื่องบทนำที่ 5
กำเนิดชาโดว์ไนท์

เอ็นวอยผู้นำความหายนะมาสู่โลก




หากพูดถึงเนื้อหาการผจญภัยแนวแฟนตาซี ที่มีการต่อสู้และการทำสงคราม ก็ย่อมต้องมีตัวละครที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับเรา ซึ่งจัดเป็นศัตรูตัวร้ายตัวหลักของเราในเกมส์นี้ นามของเขาคือ "ชาโดว์ไนท์ (Shadow Knight) [อัศวินแห่งความมืด]"  


ไรน์ฮาร์ท ผู้นำแห่งกองกำลังอัศวินเทมพลาร์ที่แข็งแกร่ง



กล่าวถึงเมืองเนเวีย เมืองหลวงของทวีปกราเซียส อันเป็นที่ตั้งหลักของเหล่ากองกำลังอัศวินศักดิ์สิทธิ์แห่งศาสนจักร ที่เรียกกันว่า "เทมพลาร์ไนท์ (Templar Knight)" ซึ่งอยู่ข้างโบสถ์หลักภายในเมือง เหล่าอัศวินเหล่านี้ ทำหน้าที่เปรียบเสมือนผู้พิทักษ์ที่คอยปราบปรามภัยอันตรายต่างๆตามหัวเมืองทั่วทวีป ไม่ว่าจะเป็นเหล่าโจรผู้ร้าย หรือมอนสเตอร์ที่เข้ามารุกรานเมือง จนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และนามของผู้นำคนนั้นก็คือ "ไรน์ฮาร์ท (Reinhardt)" 

ไรน์ฮาร์ท เป็นหนึ่งในเอ็นวอย ผู้ที่ได้รับการเลือกสรรจากไกอา เขาได้ใช้พลังนั้นในการต่อสู้เพื่อผดุงคุณธรรมและความสงบสุขมาตลอดเวลายาวนานกว่า 20 ปี จนกระทั่งถึงช่วงเวลาที่เขาปลดระวางจากการบัญชาทัพ และหันไปใช้ชีวิตตามปกติกับหญิงสาวผู้เป็นที่รักของเขาที่ชื่อ "ซูน่า (Suna)"  และได้แต่งงานกัน  ผู้คนต่างเข้ามาร่วมเฉลิมฉลองแสดงความยินดีกันเป็นจำนวนมาก


หลังจากที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันได้ไม่นานก็เกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้าขึ้น ซูน่าเกิดล้มป่วยด้วยโรคประหลาดร้ายแรงที่ไม่อาจจะรักษาหายได้ ไรน์ฮาร์ทพยายามหาวิธีต่างๆเพื่อรักษาเธอ แต่ก็ไม่เป็นผล จนในที่สุด ซูน่าก็เสียชีวิตลง ส่งผลให้ไรน์ฮาร์ทที่ทราบข่าวถึงกับหัวใจแตกสลายและตกอยู่ในห้วงแห่งความสิ้นหวัง ... และในเวลาต่อมาเขาก็ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ


การตายของซูน่าและการหายตัวไปของไรน์ฮาร์ท เป็นดั่งลางบอกหตุหายนะ และจากนั้นไม่นานเหตุการณ์ที่เลวร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อสิ้นการนำทัพของผู้นำที่เข้มแข็ง ทำให้เหล่าโจรสลัดและผู้ร้ายเริ่มเหิมเกริมบุกรุกคุกคามหมู่บ้านและเมืองต่างๆมากขึ้นจนทำให้ผู้คนเสียขวัญ ความกลัวถูกครอบงำ ไร้ซึ่งความกล้าหาญที่เคยมี  เหล่ามอนสเตอร์ที่เป็นศัตรู ได้บุกเข้าทำลายฟาร์มและพื้นที่ป่าไม้  ข่าวลือเกี่ยวกับมอนสเตอร์ ภูต ผี ปีศาจ และสิ่งเลวร้าย เริ่มกระจายไปทั่วดินแดน และ ณ บัดนี้ ก็ได้มีอัศวินชุดเกราะดำปรากฏตัวขึ้นมา พร้อมกับความตายและปีศาจที่ตามเขาไปทุกที่


ไรน์ฮาร์ทได้กลับมาอีกครั้งในสภาพของอัศวินผู้ถูกความมืดกลืนกินจนถูกขนานนามใหม่ว่า "ชาโดว์ไนท์ (Shadow Knight)" พร้อมกับไอโดลอนม้าปีศาจสีดำคู่กาย "แอสเชนสตรัม (Aschenstrum)" เป้าหมายของเขาคือการล้างแค้นและการนำกองทัพเหล่าปีศาจจากแพนเดโมเนี่ยมออกมาโจมตีโลกเทอร์ร่าแห่งนี้




สิ่งที่จะหยุดเขาได้มีเพียงเหล่าเอ็นวอยด้วยกันเท่านั้น!!

วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

บทนำมหากาพย์ออร่าคิงด้อม (Aura Kingdom Lore) 4 : คิวบ์ออฟไกอา เอ็นวอย และไอโดลอน


เนื้อเรื่องบทนำที่ 4
คิวบ์ออฟไกอา
แกนกลางแห่งพลังจักรวาล





กล่าวถึงเหล่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในโลกชั้นกลางหรือเทอร์ร่า ผู้คนในเทอร์ร่านั้นมีความเป็นศิลปินเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขารู้จักถักทอเวทมนตร์จากบทเพลง และสร้างอุปกรณ์เครื่องจักรกลต่างๆ นอกจากนี้ พวกเขายังมีพิธีกรรมในการบวงสรวงและเฉลิมฉลองให้กับสิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่า "คิวบ์ออฟไกอา (Cube of Gaia) [ลูกบาศก์ศักดิ์สิทธ์แห่งไกอา]" อันเป็นแกนกลางที่เชื่อมสายใยของพลังเเห่งจินตนาการในจักรวาลและถือว่าเป็นต้นกำเนิดของพลังเวทมนตร์ทั้งหมดบนโลกนี้ หรืออาจจะกล่าวได้ว่า คิวบ์ออฟไกอาคือสิ่งที่สรรสร้างโลกและสรรพสิ่งในออร่าคิงด้อมทั้งหมด 



*เพิ่มเติมเล็กน้อยว่า สถานที่ประกอบพิธีกรรมบวงสรวงคิวบ์ออฟไกอานั้น ตั้งอยู่ที่โบสถ์หลักกลางมหานครเนเวีย (Navea) เมืองหลวงแห่งดินแดนเทอร์ร่า ซึ่งมีรูปจำลองของคิวบ์ออฟไกอาตั้งอยู่ ส่วนคิวบ์ออฟไกอาที่เป็นแกนกลางขนาดใหญ่ของจริงนั้นไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน รู้แต่เพียงว่าสิ่งที่มีลักษณะแบบนี้จะเป็นจุดศูนย์กลางของพลังจักรวาล ซึ่งอาจจะมีหลายชิ้นและปรากฏตามที่ใดก็ได้บนโลก*


เอ็นวอย
เหล่าผู้ถูกเลือกสรรให้ได้รับพลังจากไกอา


เอ็นวอยออฟไกอา (Envoy of Gaia) [ผู้แทนแห่งไกอา] หมายถึงผู้ที่ถูกคิวบ์ออฟไกอาเลือกสรรให้เป็นผู้ที่ได้รับพลังอันยิ่งใหญ่ของจักรวาล และมีเพียง "มนุษย์" เผ่าพันธุ์เดียวเท่านั้นที่ถูกเลือกให้รับหน้าที่นี้  มนุษย์ที่ถูกเลือกให้เป็น 'เอ็นวอย' จะมีพลังเพิ่มขึ้นทั้งทางด้านกายภาพและเวทมนตร์ ร่างกายที่แข็งแกร่งผิดมนุษย์ ก่อให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่จนสามารถใช้ต่อกรกับเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งอื่นได้อย่างง่ายดาย แต่ขณะเดียวกัน พลังเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนดาบสองคมที่จะดึงความรู้สึกด้านลบของเอ็นวอยออกมาเช่นกัน และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเกมส์ก็มีจุดเริ่มต้นมาจากเอ็นวอยเหล่านี้นั่นเอง


** มนุษย์ทั่วไปไม่มีสิทธ์ในการเลือกที่จะเป็นเอ็นวอยได้โดยสมัครใจ มีเพียงคิวบ์เท่านั้นที่จะเป็นผู้เลือกมนุษย์ขึ้นมาเป็นเอ็นวอยด้วยตัวเอง และไม่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายเสียด้วย **



ไอโดลอน
เทพอสูรมายา คู่หูของเหล่าเอ็นวอย



เมื่อใดก็ตามที่มนุษย์ถูกคิวบ์ออฟไกอาเลือกขึ้นมาให้เป็นเอ็นวอย มนุษย์คนนั้นจะให้กำเนิดจิตวิญญาณพิเศษที่เชื่อมต่อกับพลังจากดินแดนไกอา และต่อมาจิตวิญญาณนั้นก็ถูกเปลี่ยนรูปลักษณ์ออกมาเป็นเทพอสูรมายาที่ถูกเรียกว่า "ไอโดลอน (Eidolon) [จิตวิญญาณ]" 
**เซิร์ฟเวอร์ NA บางครั้งอาจจะเรียกไอโดลอนว่าสปิริต (Spirit)**

ไอโดลอนเปรียบเสมือนกับคู่หูผู้ที่ทำพันธะสัญญาและเป็นต้นกำเนิดพลังให้กับเอ็นวอย พวกเขาถูกอัญเชิญมาจากดินแดนลี้ลับแห่งไกอา ซึ่งมักจะปรากฏอยู่ตามตำนานเทพนิยายต่างๆบนโลก พวกเขามีชีวิตจิตใจและมีลักษณะเฉพาะเจาะจงที่แตกต่างกันออกไปจำนวนมาก บางตนถูกสร้างขึ้นจากพลังในอาซูเรีย(สวรรค์) บางตนก็สร้างขึ้นจากพลังในแพนเดโมเนี่ยม(นรก) ก่อนที่พวกเขาจะถูกเหล่าเอ็นวอยอัญเชิญมานั้น พวกเขาจะอยู่ในโลกเดียวกันมาก่อน (จะเห็นได้ว่าไอโดลอนทุกคนต่างก็รู้จักกันดี) และทุกตนต่างก็มีความสามารถพิเศษในการเชื่อมต่อ (ลิงค์) กับไกอาได้เหมือนกัน ซึ่งบางครั้งไอโดลอนแต่ละตนก็อาจจะมีการพูดคุยติดต่อสื่อสารผ่านทางนี้ด้วย


ถึงอย่างไรก็ตาม เอ็นวอยเองก็สามารถทำพันธะสัญญากับไอโดลอนได้มากกว่า 1 ตน แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของไอโดลอนตนนั้นด้วย ไอโดลอนหลายตนมักจะไม่ยอมรับเอ็นวอยที่อ่อนแอกว่ามาเป็นเจ้านายได้โดยง่าย และหากต้องการพวกเขาเหล่านั้นมาอยู่ภายใต้อาณัติ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการต่อสู้ปะทะฝีมือกับพวกเขากันสักเล็กน้อย 


รายละเอียดของไอโดลอนแต่ละตนจะเขียนอธิบายเป็นตัวๆในวันหลังนะ...



บทความถัดไป >> บทนำมหากาพย์ออร่าคิงด้อม (Aura Kingdom Lore) 5 : ชาโดว์ไนท์ เอ็นวอยแห่งหายนะและความสิ้นหวัง

บทนำมหากาพย์ออร่าคิงด้อม (Aura Kingdom Lore) 3 : เหล่าสิ่งมีชีวิตในเทอร์ร่า

บทความที่แล้ว >> บทนำมหากาพย์ออร่าคิงด้อม (Aura Kingdom Lore) 2 : ทวีปหลักในเทอร์ร่า

เนื้อเรื่องบทนำที่ 3
สิ่งมีชีวิตในเทอร์ร่า
ความหลากหลายของเผ่าพันธุ์ต่างๆ




ดินแดนแห่งเทอร์ร่าหรือโลกชั้นกลางนั้นเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหลายรูปแบบหลากหลายเผ่าพันธุ์ และมีลักษณะที่ต่างกันออกไป ซึ่งเผ่าพันธุ์หลักๆที่พบได้บ่อยๆบนเทอร์ร่า มีดังต่อไปนี้

1) เผ่ามนุษย์ (Humans) [ฮิวแมน]


เผ่าพันธุ์มนุษย์ นับได้ว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความหลากหลายและมีปริมาณมากที่สุดบนเทอร์ร่า พวกเขาปักหลักอยู่ตามสถานที่ต่างๆมากมายและมีวัฒนธรรมที่หลากหลายตามถิ่นที่อยู่อาศัย พวกเขามีลักษณ์ที่แตกต่างกันและสวมใส่ชุดเครื่องแต่งกายที่มีรูปแบบ

ชนเผ่ามนุษย์ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นสุดยอดชนเผ่าที่มีความเป็นศิลปินสูง ทั้งด้านงานศิลป์และงานช่างฝีมือ พวกเขามีความเฉลียดฉลาด รู้จักเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ พวกเขายังสามารถใช้เวทมนตร์เพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่างๆได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเป็นชนเผ่าที่รวมอยู่กันเป็นสังคมใหญ่ และเป็นผู้ที่กุมอำนาจทางการเมืองและแผ่ขยายอิทธิพลไปยังเผ่าพันธุ์อื่นๆมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองหลักศูนย์กลางทวีปกราเซียสอย่าง "เนเวีย (Navea)" ก็ถูกปกครองโดยเหล่ามนุษย์ อีกทั้งภายในเมืองนั้นยังมีการจัดตั้งระบบทหารตามลักษณะของศาสนจักร ซึ่งก็คือเหล่ากองกำลังอัศวินศักดิ์สิทธ์หรือ "เทมพลาร์ (Templar)" ในการดูแลปกครองเมือง

นอกจากนี้ ชนเผ่ามนุษย์ยังเป็นชนเผ่าเดียวที่มีสิทธ์ในการถูกเลือกให้เป็นตัวแทนผู้ที่จะได้รับพลังแห่งจักรวาลที่เรียกว่าพลังแห่งไกอาอีกด้วย มนุษย์เหล่านั้นจะถูกขนานนามว่าเป็น "เอ็นวอยออฟไกอา (Envoy of Gaia) " หรือที่เรียกสั้นๆกันว่า "เอ็นวอย (Envoy)" และเอ็นวอยก็เป็นผู้ที่เริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมดเช่นกัน  (รายละเอียดเกี่ยวกับเอ็นวอยจะเขียนไว้ในบทหน้า)

2) เผ่าคนแคระ (Dwarves) [ดวอร์ฟ]

ชนเผ่าที่มีลักษณะเป็นคนตัวเตี้ยขนาดเล็ก และคนแคระทุกคนจะแต่งตัวปกปิดร่างกายมิดชิดตลอดเวลา ทั้งผ้าคลุมใบหน้าและหมวกประดับ สิ่งที่เห็นเด่นชัดจากร่างกายมีเพียงดวงตาสีฟ้าสว่างที่ออกมาจากใบหน้าที่มองเห็นไม่ชัดภายใต้เครื่องแต่งกายเท่านั้น ไม่มีใครล่วงรู้ถึงรูปลักษณ์ที่แท้จริงภายใต้ชุดปกคลุมนั้นเลยว่าหน้าตาแท้จริงของพวกเขาเป็นเช่นไร

พวกเขาเป็นชนเผ่าที่อาศัยรวมอยู่กันที่เขตพื้นที่ "ป่าแค็กตาคาร่า (Cactakara Forest)" ตอนล่างของทวีปกราเซียสเป็นหลัก ก่อนที่จะกระจายออกมาอาศัยอยู่ตามเมืองต่างๆ พวกเขามีความเฉลียวฉลาดและมีความสามารถในการประยุกต์ใช้เวทมนตร์และทักษะทางด้านเครื่องจักรกลในการสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแรงงานหรือการต่อสู้ 

พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่โด่งดั่งเนื่องจากความที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมจักรกล ทำให้พวกเขาเป็นผู้นำในการผลิตหุ่นยนต์และเครื่องจักรไปทั่วทวีป นอกจากนี้พวกเขายังรู้จักการควบคุมเวทมนตร์ที่อยู่ตามธรรมชาติเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น การนำมาใช้เป็นพลังงานเครื่องจักร หรือแม้กระทั่งการมาผสมผสานเข้ากับวิทยาการต่างๆ ในการขุดค้นพบซากโบราณ และการนำมาใช้ประยุกต์ในการต่อสู้อีกด้วย

3) เผ่าราชสีห์หรือมาคาร์ (Makar) [มาคาร์]

เผ่ามาคาร์ หรือจะเรียกว่าเผ่าราชสีห์ก็คงไม่ผิด เพราะรูปลักษณ์ของชนเผ่านี้จะมีลักษณะเหมือนกับครึ่งมนุษย์ ครึ่งสิงโต (แต่มีเขา) พวกเขามีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตพื้นที่ "ที่ราบเวนตอส (Ventos Prairie)" ช่วงกลางของทวีปกราเซียส ซึ่งเป็นทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาล (ราวกับทุ่งหญ้าซาวันน่าห์ในแอฟริกา) ทำให้พวกเขาจำเป็นที่จะต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งและรู้จักใช้เครื่องไม้ เครื่องมือที่ต้องใช้พละกำลังในการเอาชีวิตรอดและการต่อสู้กับศัตรู (สามารถใช้เวทมนตร์ได้บ้างเล็กน้อย)

เผ่ามาคาร์เป็นชนเผ่าที่มีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีสูงและเป็นเผ่าที่ชื่นชอบการต่อสู้ (แต่ไม่ถึงขั้นกระหายสงคราม) ทำให้การเข้าถึงและการสื่อสารกับพวกเขาทำได้ยากยิ่งนัก

อย่างไรก็ตาม พวกเขามักจะยอมรับผู้ที่มีความแข็งแกร่งกว่า และถ้าหากแสดงให้พวกเขาเห็นได้ พวกเขาจะจงรักภักดีและยอมอยู่ภายใต้สวามิภักดิ์ด้วย (บางครั้งถึงขั้นขอเป็นศิษย์เลยทีเดียว) 

4) เผ่าปักษาหรือเอเวี่ยน (Avian) [เอเวี่ยน]

ชนเผ่าปักษามีลักษณะคล้ายกับครึ่งคนครึ่งนก โดยส่วนร่างกายท่อนบนจะมีรูปลักษณ์เป็นนก (ส่วนมากจะเป็นเหยี่ยวซะมากกว่า) แต่สรีระร่างกายจะเหมือนกับมนุษย์ พวกเขามักจะไม่ค่อยจะยอมรับเผ่าพันธุ์อื่นมากนักและมักจะอยู่รวมกันแบบไม่ค่อยเปิดเผยตัวตนต่อชาวโลกเท่าไหร่

เผ่าปักษาเป็นเผ่าที่รับรู้ได้ถึงภัยอันตรายต่างๆได้โดยสัญชาตญาณ พวกเขามักจะรู้สึกกระวนกระวาย และกระสับกระส่ายตลอดเวลา (เป็นเผ่าที่ขี้ระแวงว่างั้นเถอะ) จึงเป็นสาเหตุที่อยู่ร่วมกับเผ่าพันธุ์อื่นได้ยาก นอกจากนั้น พวกเขายังเป็นพวกที่มักจะอยู่รวมกันเพื่อบูชาลัทธิในเทพ-ปีศาจต่างๆ เพื่อที่จะหาที่พึ่งทางจิตใจนั่นเอง 

5) เผ่าเซนทอร์ (Centaurs) [เซนทอร์]

เผ่าเซนทอร์ ก็คือเผ่าครึ่งคนครึ่งม้าดีๆนี่เอง พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่เข้าถึงได้ยาก เพราะมักจะชอบใช้ชีวิตอยู่อย่างสันโดษ แต่ที่รู้แน่ชัดคือพวกเขาเป็นพวกนักรบที่ชอบใช้ความรุนแรงมาก จึงมักจะแยกออกมาอาศัยอยู่ตามซากโบราณหรือซากปรักหักพังที่ไม่ค่อยมีคนเข้าถึง  พวกเขามักจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มและต้องมีจ่าฝูงที่แข็งแกร่งคอยกำกับดูแลอยู่ด้วยเสมอ

ผู้คนมากมายมักจะไม่ต้องการเข้าหาพวกเขา เนื่องด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเขาหวงอาณาเขตของตนมาก และพร้อมที่จะกำจัดผู้บุกรุกที่ย่างกรายเข้าไปในอาณาเขตทิ้งทันที แถมยังมีข่าวลือด้วยว่าพวกเขามักจะกินเหล่าศัตรูที่พวกเขาฆ่าตายด้วยแต่มันก็แค่ข่าวลือล่ะนะ? 

6) เผ่ายักษ์ (Giants) [ไจแอนท์]

ยักษ์หรือไจแอนท์เป็นชื่อที่คนนิยมใช้เรียกกันทั่วไป เมื่อกล่าวถึงเผ่าพันธุ์ที่มีขนาดร่างกายใหญ่โต ดูน่าเกลียดน่ากลัว มีพละกำลังมหาศาลและมีความหิวกระหายอยู่ตลอดเวลา และด้วยความที่มีนิสัยเช่นนี้เองที่มักจะทำให้เกิดปัญหากับเผ่าพันธุ์อื่นที่ต้องทำมาหากินอยู่ในดินแดนเดียวกันอยู่บ่อยครั้ง

พวกยักษ์ส่วนมากมักจะเป็นพวกที่ก้าวร้าว ดุดัน ชอบหาเรื่องคนอื่นก่อน และไม่ค่อยมีสมองเท่าไหร่ (โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีต่างๆพวกเขาจะใช้แทบไม่เป็นเลย แถมทักษะการใช้เวทมนตร์ก็เข้าถึงได้อย่างจำกัดด้วย) แต่ก็มีข้อยกเว้นในกรณีที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มและมีหัวหน้าประจำกลุ่มนั้น เพราะ ยักษ์ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มจะเป็นยักษ์ที่ฉลาดและแข็งแกร่งมาก(ผิดกับยักษ์ทั่วไป) ทำให้มันสามารถควบคุมลูกน้องที่อยู่ในอาณัติได้เป็นอย่างดี

**เพิ่มเติม ยักษ์ในเกมส์จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆคือ ยักษ์ตาเดียวที่เรียกว่า "ไซคล็อปส์ (Cyclops)" ส่วนยักษ์สองตาจะเรียกว่า "โอเกอร์ (Ogre)"**

7) เผ่าก็อบลินหรือโนม (Gnomes) [โนม]

ชนเผ่าที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับปีศาจตัวจิ๋วจอมก่อกวน และเป็นเผ่าพันธุ์ที่มักจะร่วมตัวกันสร้างปัญหาให้กับเผ่าพันธุ์อื่น ถึงจะเป็นปีศาจตัวเล็กแต่ก็มีความทะเยอทะยานสูง จนถึงบางครั้งอาจจะเป็นพวกที่ชอบคิดการใหญ่เกินตัว ซึ่งนั่นมักจะเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกมันพบกับความล้มเหลวเละเทะไม่เป็นท่าอยู่บ่อยๆ แต่พวกเขาก็มีข้อดีอยู่ตรงที่ว่า แม้พวกเขาจะล้มเหลวสักกี่ครั้ง พวกเขาก็ไม่เคยที่จะลดละความพยายาม ดังนั้นพวกมันจึงสามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่างๆออกมาได้ไม่แพ้กับพวกคนแคระหรือมนุษย์เลยทีเดียว นอกจากนั้น พวกโนมบางกลุ่มยังทำหน้าที่คอยเฝ้าอารักขาสถานที่ที่อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายบนโลกด้วย (แต่ถ้าตัดปัญหาเรื่องที่ชอบก่อเกรียนกับคนอื่นออกไปได้จะดีมาก) 

8) เผ่านากาหรือซาร์ป้า (Sarpa) [ซาร์ป้า]

ชนเผ่าที่มีลักษณะของการผสมกันระหว่างมนุษย์กับงู (คล้ายกับพวกลาเมีย) มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ "หนองน้ำแซนดีโอ้ (Candeo Marsh)" พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่เต็มไปด้วยความลี้ลับและมีปริศนาซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในสถานที่ที่คนอื่นยากที่จะเข้าถึง และมีความน่ากลัวซ่อนอยู่ เพื่อหลีกหนีพวกมนุษย์รวมถึงเผ่าพันธุ์อื่นๆที่พยายามเข้าถึง พวกเขาเป็นพวกที่ดุร้ายและกราดเกรี้ยวเมื่อมีใครก็ตามที่บุกรุกเข้ามาในสถานที่ของตน พวกเขามีความสามารถลึกลับมากมาย โดยเฉพาะการควบคุมพลังเวทมนตร์และพลังธรรมชาติ

 9) เผ่ามังกรหรือวารัน (Varan) [วารัน]

เผ่าพันธุ์ครึ่งคนครึ่งมังกร (แต่ดูเหมือนไดโนเสาร์มากกว่า) ที่ยากต่อการคาดเดาอีกเผ่าพันธุ์หนึ่ง พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่ถนัดในเรื่องของการสู้รบจนทำให้กลายเป็นนักรบที่ดุร้ายและน่ากลัว พวกเขาไม่ต้องการที่จะข้องเกี่ยวกับมนุษย์และเผ่าพันธุ์อื่นๆโดยไม่มีเหตุผล พวกเขามักจะมีหลายกลุ่มทั้งพวกที่ชอบอยู่อย่างสันโดษ และจับกลุ่มรวมกันเป็นชุมชน นอกจากนั้น วารันบางตนยังมีความสามารถในด้านงานศิลปะและรู้จักการสร้างผนึกเวทมนตร์ที่เรียกว่าเสาสลักโทเทม (Totem) ในการเพิ่มพลังเพื่อใช้เวทมนตร์ด้านต่างๆอีกด้วย

10) เผ่ามนุษย์หมาป่าหรือแวร์วูล์ฟ (Werewolves) [แวร์วูล์ฟ]
[ไม่มีรูปประกอบ]
เผ่าพันธุ์ที่หายากและน้อยคนที่จะเห็น ซึ่งพวกเขาอาจจะเป็นมนุษย์มาก่อนแล้วแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่าในคืนพระจันทร์เต็มดวงก็ได้ บางตนเลือกที่จะปะปนอยู่ในสังคมมนุษย์และไม่ต้องการที่จะกลายร่างเป็นหมาป่า แต่ก็มีบางตนที่จะใช้ชีวิตแบบเลือกที่จะเป็นมนุษย์หมาป่าไปเลยก็มี พวกเขามีความสามารถอยู่ในระดับกลางๆ และส่วนมากพวกเขามักจะถูกทำหน้าที่ให้มาเป็นทหารเฝ้ายามในสถานที่ต่างๆ


========================================================================

นอกเหนือจากเผ่าพันธุ์ที่มีภูมิปัญญาคล้ายมนุษย์ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆมากมายนับไม่ถ้วนบนดินแดนนี้อีกที่ยังไม่ถูกกล่าวถึง แถมบางตัวก็มีความสามารถพิเศษและมีวัฒนธรรมเฉพาะตัวที่ไม่แพ้พวกที่กล่าวมาเลย แต่ก็ขอไว้เขียนในคราวหลังละกัน...

บทควาทถัดไป >> บทนำมหากาพย์ออร่าคิงด้อม (Aura Kingdom Lore) 4 : คิวบ์ออฟไกอา เอ็นวอย และไอโดลอน

บทนำมหากาพย์ออร่าคิงด้อม (Aura Kingdom Lore) 2 : ทวีปหลักในเทอร์ร่า

บทความที่แล้ว >> บทนำมหากาพย์ออร่าคิงด้อม (Aura Kingdom Lore) 1 : โลกในออร่าคิงด้อม

เนื้อเรื่องบทนำที่ 2
กราเซียส
ทวีปแห่งการเริ่มต้น

เนื้อหาต่อจากนี้จะเริ่มโฟกัสไปที่ดินแดนที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดนั่นคือ "เทอร์ร่า (Terra)" หรือที่รู้จักกันในชื่อโลกมนุษย์ ซึ่งเป็นดินแดนที่อยู่ขั้นกลางระหว่างอาซูเรียและแพนเดโมเนี่ยม

ดินแดนในเทอร์ร่าประกอบด้วยทวีปต่างๆมากมาย และทวีปที่เป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยนั้นคือ
ทวีปกราเซียส (Grazeus Continent)


ทวีปกราเซียสแบ่งภูมิภาคออกเป็น 2 ส่วนคือ ทวีปตอนใต้ (South Midgard) [เซาท์มิดการ์ด] และทวีปตอนบน (North Midgard) [นอร์ธมิดการ์ด]

South Midgard
North Midgard
อีกทั้งในแต่ละส่วนของทวีปจะประกอบด้วยภูมิภาคหลักมากมายซึ่งจะขอกล่าวถึงในภายหลัง

Credit : Wikia


บทนำมหากาพย์ออร่าคิงด้อม (Aura Kingdom Lore) 1 : โลกในออร่าคิงด้อม

อ่านตรงนี้ก่อน
- เนื้อเรื่องที่พิมพ์ในบทความนี้ยึดหลักอ้างอิงจากเกมส์ "ออร่าคิงด้อม (Aura Kingdom)"หรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า "แฟนตาซีฟรอนเทียร์ (Fantasy Frontier)" ของเซิร์ฟเวอร์ NA [อเมริกาเหนือ - North America] หรือที่เรียกกันว่าเซิร์ฟเวอร์อินเตอร์ผสมกับเนื้อหาต้นฉบับจากเซิร์ฟเวอร์ไต้หวัน แต่ก็มีบางส่วนที่ เรา (เจ้าของบล็อก) ปรับเปลี่ยนเอาเองตามใจชอบ ตามที่คิดว่าเราเหมาะสมที่จะให้เป็น ดังนั้นหากเนื้อเรื่องผิดพลาดตรงไหน ก็ขออภัยด้วย (ยกเว้นเนื้อหาที่เราจงใจแก้ อาจจะไม่เปลี่ยนแปลงในส่วนนั้นนะ)
- เนื้อหาจะแบ่งออกเป็นหลายช่วง หลายบท ซึ่งเราจะทำลิงค์เชื่อมต่อไว้ให้ทีหลัง และทะยอยอัพเดททีละเล็กทีละน้อย ตามความพอใจ

แปลต้นฉบับโดย : Milano
เรียบเรียงใหม่โดย : Fearene

เนื้อเรื่องบทนำที่ 1
ออร่าคิงด้อม
มหากาพย์สามโลก


โลกแห่งออร่าคิงด้อมประกอบด้วยโลกย่อยๆทั้ง 3 ส่วนที่ถูกแบ่งแยกตามลำดับชั้น อันประกอบด้วย

1) อาซูเรีย (Azuria) [สวรรค์] - โลกชั้นบน โลกที่เปี่ยมไปด้วยพลังบริสุทธ์ อันเป็นดินแดนแห่งแสงและจิตวิญญาณ เปรียบดั่งสรวงสวรรค์ของโลกใบนี้
*Azure แปลว่า สีฟ้า หรือชั้นฟ้า จึงหมายถึงสวรรค์ที่อยู่บนฟ้านั่นเอง

2) เทอร์ร่า (Terra) [โลกมนุษย์] - โลกชั้นกลาง ดินแดนของเหล่ามนุษย์และสิ่งมีชีวิตหลากหลายเผ่าพันธุ์ทั้งเล็กใหญ่ ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นที่โลกแห่งนี้
*Terra แปลว่า ผืนดิน เปรียบเหมือนโลกมนุษย์ที่เราอยู่ปัจจุบันซึ่งก็คือ โลกมนุษย์ดีๆนี่เอง

3) แพนเดโมเนี่ยม (Pandemonium) [นรก] - โลกชั้นล่าง ที่อยู่ใต้พื้นภิภพ ดินแดนแห่งความตายอันเป็นที่อยู่ของปีศาจและเหล่าอสูรร้ายที่ชอบการทำลายล้างและความเสื่อมถอย
*Pandemonium แปลว่า ความอลหม่าน/วุ่นวาย จึงหมายถึงดินแดนที่ไม่มีวันสงบสุข เปรียบได้ดั่งนรกนั่นเอง


*บทความส่วนนี้มีการเปลี่ยนแปลงจากเซิร์ฟ NA คือ เซิร์ฟ NA กล่าวถึงอาซูเรียเป็นโลกทั้ง 3 และออร่าคิงด้อมหมายถึงโลกสวรรค์เพียงโลกเดียว แต่ในบทความนี้เรายกให้อาซูเรียเป็นโลกสวรรค์และออร่าคิงด้อมคือโลกทั้ง 3 แทน ซึ่งเหมาะกับคอนเซ็ปชื่อเกมส์มากกว่า.. เพราะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับทั้ง 3 โลกโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่โลกใดโลกหนึ่งเท่านั้น*

Credit : Wikipedia


อ่านบทความถัดไป  >> บทนำมหากาพย์ออร่าคิงด้อม (Aura Kingdom Lore) 2 : ทวีปหลักในเทอร์ร่า